Kru Somsri's English school

ห้องสนทนาของโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษคุณครูสมศรี => คุยกับคุณครูสมศรี => ข้อความที่เริ่มโดย: BertZa ที่ เมษายน 25, 2007, 10:17:34 pm



หัวข้อ: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: BertZa ที่ เมษายน 25, 2007, 10:17:34 pm
มะลิวันแม่
 

 
 (ที่มา : ยศ สันตสมบัติ. ชุดความคิดและภูมิปัญญาไทย เล่มที่ ๒ สถาบันไทยศึกษา, คำ : ร่องรอยความคิด ความเชื่อไทย. กรุงเทพ : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๕. หน้า ๑๕๐ - ๑๕๒)
 
 
 แม่ คำนี้มีอานุภาพยิ่งใหญ่ในใจลูกทุกคน จนยากที่จะเปรียบเทียบได้กับทุกสรรพสิ่งในโลก ดังคำขวัญที่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานไว้ว่า ?แม่เป็นพระอรหันต์ของลูก? คนที่เที่ยววิ่งหาพระเพื่อกราบไหว้พระอรหันต์ อย่าลืมว่าพระอรหันต์อยู่กับตัวแล้ว ควรปฏิบัติต่อแม่อย่าให้บกพร่องได้ ?พระคุณของแม่อันประกอบไปด้วยความรักที่มีต่อลูกอย่างสุดหัวใจเช่นนี้ คงไม่ยากจนเกินไปนักหากเอ่ยคำว่า รัก? ให้แม่ได้ชื่นใจบ้างเพราะคุณอาจโชคดีกว่าหลาย ๆ คนที่ได้เพียงแต่รำลึกถึงพระคุณแม่ผ่านภาพและเงาที่ตราตรึงไว้ในความทรงจำเท่านั้นว่า ?ลูกรักแม่?

ชาวอเมริกันเป็นผู้กำหนดให้มีวันแม่อย่างเป็นทางการขึ้น และผู้ที่พยายามเรียกร้อง ให้มีวันแม่ในอเมริกาคือ แอนนา เอ็ม จาร์วิส คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย แต่กว่าเธอจะประสบความสำเร็จก็ครบ 2 ปี พอดีในปี ค.ศ. 1914 (พ.ศ. 2457) โดยประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และดอกไม้สำหรับวันแม่ของชาวอเมริกันก็คือ ดอกคาร์เนชั่น ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ให้ประดับตกแต่งบ้านหรือประตูด้วยดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ประดับด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาว
 
 
 
 สำหรับในประเทศไทยนั้นมีการจัดงานวันแม่ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมพ.ศ. 2486 ณ สวนอัมพร โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดงาน แต่เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไปโดยปริยาย หลังจากผ่านพ้นวิกฤตสงครามไปแล้ว หลายหน่วยงานได้พยายามรื้อฟื้นให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง แต่กำหนดวันแม่ที่ประชาชนนิยมและเป็นที่รับรองของรัฐบาล คือ วันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2493 กำหนดงานวันแม่ในวันนี้ยังดำเนินต่อมาอีกหลายปีก็ต้องมาหยุดชะงักลงอีกด้วยเหตุผลที่สภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุนซึ่งก็คือกระทรวงวัฒนธรรมที่ถูกยุบไปนั่นเอง

ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย เห็นว่าควรมีการจัดงานวันแม่ต่อไป จึงได้รื้อฟื้นงานวันแม่ขึ้นมาอีก และได้กำหนดให้จัดงานวันแม่ คือ วันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวก็เลิกไป จนกระทั่งในปีพ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เห็นว่า ควรกำหนดวันแม่ให้แน่นอนเสียที จึงได้กำหนดวันแม่ใหม่ โดยให้ถือว่า วันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถวันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และกำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ตั้งแต่นั้นมา

เหตุผลที่ให้ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ เนื่องจากดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปีเปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย

อ้างอิง - นิตยสารขวัญเรือน สิงหาคม 2541
- นิตยสารคุณหญิง สิงหาคม 2544
- ปลูกต้นไม้แก้จน ประยูร จรรยาวงษ์


คำแรกของชีวิตมนุษย์ "แม่"

ในสังคมต่าง ๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญกับ "ความเป็นแม่" และคำเรียกผู้ที่ให้กำเนิดสมาชิกใหม่ของแต่ละสังคมส่วนใหญ่จะเป็นคำแรกที่เด็กสามารถเปล่งเสียงได้ก่อน "แม่" ดังนั้นความหมายของคำว่า "แม่" ทุกภาษาและวัฒนธรรมจะมีคุณค่าอย่างมาก และหากสังเกตจะพบว่า "แม่" เป็นเสียงที่เด็กสามารถเปล่งได้อย่างง่ายได้ และเป็นคำแรกที่สามารถออกเสียงนั้นได้อย่างมีความหมาย

นักภาษาศาสตร์ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า คำว่า "แม่" ของทุก ๆ ภาษา มาจากการออกเสียงของเด็ก โดยคำขึ้นต้นด้วยพยัญชนะริมฝีปากคู่ (Bilabial) ได้แก่ ม , พ , ป ,บ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นพยัญชนะชุดแรกที่เด็กสามารถทำเสียงได้ โดยการใช้ริมฝีปากบนและล่าง ดังเช่น

ภาษาไทย แม่

ภาษาจีน ม๊ะ หรือ ม่า

ภาษาฝรั่งเศส la mere (ลา แมร์)

ภาษาอังกฤษ mom , mam

ภาษาโซ่ ม๋เปะ

ภาษามุสลิม มะ

ภาษาไทใต้คง เมเป็นต้น

"แม่" เป็นคำโดดหรือคำไทยที่บ่งบอกความสัมพันธ์อันอบอุ่นลึกซึ้งระหว่างผู้หญิงกับลูก แม่หมายถึงผู้มีพระคุณ ผู้ให้กำเนิด ให้น้ำนมลูกดื่มกิน ให้ความรักความเมตตาและปกป้องดูแลลูกจนเติบใหญ่ คำว่า "แม่" มักถูกนำไปใช้ร่วมกับคำอื่น ๆ โดยมีความหมายแตกต่างกันออกไป พอจะแบ่งแยกออกได้เป็นประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

๑. แม่ ในฐานะเป็นคำที่ใช้แบ่งแยกเพศและบ่งบอกบทบาท ฐานะ สถานภาพและอากัปกิริยาของผู้หญิง เช่น แม่? (น.) : คำเรียกหญิงทั่วไป เช่น แม่นั่น แม่นี่ ; แม่ค้า (น.) : ผู้หญิงที่ดำเนินการค้าขาย ; แม่ครัว (น.) : หญิงผู้ดูแลครัว หุงหาอาหาร ; แม่คู่ (น.) : นักสวดผู้ขึ้นต้นบท ; แม่นม (น.) : หญิงผู้ให้นมเด็กกินแทนแม่ ; แม่บ้านแม่เรือน (น.) : หญิงดูแลบ้านเรือน ; แม่แปรก (น.) : หญิงผู้จัดจ้านหรือเป็นหัวหน้ากลุ่ม ; แม่มด (น.) : หญิงหมอผี หญิงคนทรง หญิงเข้าผี ; แม่ยาย (น.) : คำเรียกแม่ของเมีย ; แม่ม่าย (น.) : หญิงที่มีผัวแล้วแต่ผัวตายหรือเลิกร้างกันไป ; แม่ยั่วเมือง (น.) : คำเรียกพระสนมเอกแต่โบราณ ; แม่ย้าว (น.) : หญิงผู้เป็นแม่เรือน ; แม่รีแม่แรด (ว.) : ทำเจ้าหน้าเจ้าตา ; แม่แรง (น.) : หญิงผู้เป็นกำลังสำคัญในการงาน, เครื่องดีดงัดหรือยกของหนัก ; แม่เลี้ยง (น.) : เมียของพ่อที่ไม่ใช่แม่ตัว, หญิงที่เลี้ยงลูกบุญธรรม ; แม่เล้า (น.) : หญิงผู้กำกับควบคุมดูแลซ่องโสเภณี ; แม่สื่อแม่ชัก (น.) : ผู้พูดชักนำให้หญิงกับชายรักกัน ; แม่อยู่หัว (น.) : คำเรียกพระมเหสี เป็นต้น

๒. แม่ เป็นคำที่ใช้บ่งบอกฐานะของผู้ปกป้องคุ้มครอง เช่น แม่ย่านาง (น.) : ผีผู้หญิงผู้รักษาเรือ นางไม้ ; แม่ซื้อ, แม่วี (น.) : เทวดาหรือผีที่คอยดูแลทารก เป็นต้น

๓. คำว่า แม่ ยังถูกนำมาใช้เรียกผู้เป็นหัวหน้าหรือเป็นนาย บ่งบอกฐานะของผู้มีอำนาจในการกำกับดูแลและควบคุม เช่น แม่กอง แม่ทัพ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ความหมายหลักของคำว่า แม่ ก็คงหนีไม่พ้นการเป็นผู้ให้ชีวิตหรือหญิงผู้ให้กำเนิดบุตร หญิงผู้ปกป้องคุ้มครองและดูแลรักษา สังคมไทยยังใช้คำว่าแม่ตามความหมายนี้เรียกสิ่งดีงามตามธรรมชาติอื่น ๆ เพื่อยกย่องเทอดทูนในฐานะผู้ให้กำเนิดและหล่อเลี้ยงชีวิต เช่น แม่น้ำ แม่โพสพ แม่ธรณี เป็นต้น ความหมายของคำว่าแม่ในลักษณะเช่นนี้แสดงให้เห็นชัดอย่างชัดเจนว่าสังคมไทยแต่โบราณมายกย่องและให้เกียรติสตรีเพศผู้เป็นแม่ ตระหนักในบทบาทหน้าที่และบุญคุณของแม่ต่อชีวิตของลูก ๆ ตลอดมาทุกยุคทุกสมัย

ในบริบทของสังคมวัฒนธรรมไทย แม่ คือ ผู้เสียสละความสุขส่วนตนเพื่อลูก ๆ คอยดูแลเอาใจใส่และประคบประหงมลูกจนเติบใหญ่ ความรักของแม่ถือว่าเป็นความรักที่บริสุทธิ์ สังคมไทยมักพูดถึงแม่ในฐานะของผู้ที่รักลูกยิ่งชีวิต พร้อมจะตกระกำลำบากเพื่อลูกของตนโดยไม่สำนึกเสียใจ นางจันทร์เทวีถูกขับออกจากเมือง ต้องระเหเร่ร่อนไร้ที่ซุกหัวนอนเพราะคลอดลูกเป็นหอยสังข์ แต่นางก็ยังรักและเฝ้าทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงโดยไม่เคยคิดรังเกียจเดียดฉันท์แม้แต่สัตว์อย่างนางนิลากาสร ก็ยังรักและหวงแหนลูกอย่างทรพี ปกป้องลูกของตนมิให้ถูกฆ่าดังเช่นลูกของตัวอื่น ๆ

แม้ว้าโดยทั่วไปแล้ว คำว่า "แม่" จะบ่งบอกความหมายของการเสียสละ ความรักและความผูกพันที่ผู้หญิงที่มีต่อลูกของตน แต่การที่สังคมไทยมีลักษณะวัฒนธรรมเฉพาะที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละชนชั้น ทำให้ความหมายของการเป็นแม่ ตลอดจนบรรทัดฐาน แบบแผน พฤติกรรมและบทบาทฐานะของผู้หญิงในวัฒนธรรมของแต่ละชนชั้นย่อมแตกต่างกันไป
 

-------------------------------------------------------------------------------------------------


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: BertZa ที่ เมษายน 25, 2007, 10:32:13 pm
ดียังไงก็แนะนำติชมกันมั่งเน้อ


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: สารวัตรนักเรียน ที่ เมษายน 26, 2007, 08:27:52 am
ดึจ้ะดี ซึ้งจ้ะซึ้ง ดูมีความรู้รอบตัวมากเลยนะคะ ปรบมือให้ แปะ แปะ แปะ


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: webmaster ที่ เมษายน 26, 2007, 08:48:06 am
ป้าบ ป้าบ ป้าบ  อะปรบมือให้ด้วยคน


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: laaoon ที่ เมษายน 26, 2007, 12:08:07 pm
ดีจังเลยซึ้งด้วย  แบ่งปันให้กับผู้อื่นอย่างนี้น่ารักดีนะคะ ;)


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: อันยองโอเซโย....ชอนึม " ปุ้ย " อิชิมมีดา... ที่ เมษายน 26, 2007, 01:30:30 pm
ดีดีดี ซึ้งดีน่ะน้องเว่น *---*


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: คุณครูสมศรีสุดสวยจร้า!! ที่ เมษายน 26, 2007, 05:13:08 pm
ถึงเหยี่ยวน้อยกลางเวหา

ผู้มีสายตากว้างไกลและให้ความรู้ที่ทรงคุณค่าต่อเพื่อนๆและท่านผู้อ่านอื่นๆ
สำหรับคุณครูแล้ว
งานกวีที่ทรงคุณค่าคืองานที่ทำให้ผู้อ่านได้หวนคิด ตริตรึก และกระตุ้นสู่การสร้างความดี
อรรถรสของงานนิพนธ์อาจไม่ต้องวิจิตรแต่กลับปริ่มเต็มด้วยคุณค่าทางจิตใจ
ขอปรบมือกับพลังใจในการสร้างงานเขียนนี้ให้แก่เยาวชนไทยเช่นหนู




ขอบคุณสวรรค์ที่กำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปีเป็นวันแม่แห่งชาติ

มีบันทึกประเทศจีนครั้งหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า
จักรพรรดินี ณ แว่นแคว้นหนึ่งปกครองบ้านเมืองจนเจริญรุ่งเรือง
นำมาซึ่งความฉงนสนเท่ห์แก่มหาจักรพรรดิแห่งแว่นแคว้นต่างๆมากมาย

จักรพรรดิเมืองหนึ่งจึงแต่งตั้งมหาอำมาตย์เพื่อเข้าเฝ้าจักรพรรดินีพระองค์นี้
โดยมหาอำมาตย์ท่านนี้จะต้องไต่ถามความลับจากพระองค์ราชินีผู้ที่สามรถทำให้บ้านเมืองของพระองค์
พัฒนาอย่างก้าวไกล
พร้อมจิตใจที่ดีงามของทวยราษฎร์

"ถวายบังคมพระเจ้าค่ะ
พระมหาจักรพรรดิแห่งแว่นแคว้นของข้าพระพุทธเจ้าขอถวายพระพร
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ"
พร้อมกับถวายของขวัญให้องค์ราชินี

"พระองค์ทรงพระเกษมสำราญดีหรือพระเจ้าค่ะ"มหาอำมาตย์กล่าวถามในนามตัวแทนขององค์จักรพรรดิ

"หม่อมฉันอยากทราบว่าทำไมองค์ราชินีจึงสามารถปกครองบ้านเมืองได้ดีเยี่ยมเช่นนี้
ขอพระองค์ทรงประทานพระเมตตาชี้แนะด้วยเถิดพระเจ้าค่ะ"

"ง่ายมากท่านมหาอำมาตย์
ไม่มีผู้ใดที่เกิดมาโดยปราศจากมารดา
การที่ประเทศชาติจะเจริญรุ่งเรืองจำเป็นต้องมีพลเมืองที่มีความประพฤติดีงาม
การจะสร้างพลเมืองที่ดีงามได้นั้น
เราต้องสร้าง"แม่ที่ดี"นั่นเอง

เราให้ความสำคัญกับลูกผู้หญิง
เราปลูกถ่ายความรักที่แม่มีต่อลูกให้กับเด็กหญิงที่กำลังจะเติบใหญ่
เมื่อเขารักแม่
เมื่อเขาเห็นพระคุณของแม่
เขาสัมผัสความรักความเมตตาที่ยิ่งใหญ่ของแม่"ผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่"
ข้าวหลายร้อยจาน
น้ำหลายพันกระบอกจึงกลั่น"เลือดได้หนึ่งหยด
"

ข้าฯจะจับแขนสาวน้อยในห้องเรียนของข้า
แล้วใช้มีดที่คมกริบกรีดเป็นรอยยาวเท่าครึ่งนิ้วหัวแม่มือ
เด็กสาวต่างร้องด้วยความเจ็บปวด
และณ เวลานั้น
คือห้วงแห่งเวลาที่เหมาะสม ที่ข้าฯจะรีบปลูกฝังความรักของมารดาที่มีต่อบุตร

"สาวน้อยเอย
ที่เจ้าเจ็บนั้น
ยังมิเท่าหนึ่งในล้านของความเจ็บปวดของมารดา
ที่มอบให้กับเจ้าเป็นของขวัญในวันให้กำเนิดเจ้า
มีแม่ท่านใดที่ทวงบุญทวงคุณเจ้าบ้างว่า

  "วันเกิดลูกเกือบคล้ายวันตายแม่
เจ็บท้องแท้เท่าใดแม่ไม่บ่น
กว่าอุ้มท้องกว่าคลอดรอดเป็นคน
เติบโตจนบัดนี้นี่เพราะใคร"


นีเองที่ทำให้ข้าฯสามารถสร้างแม่ที่ดีให้แก่แผ่นดิน
เพราะ"แม่"จะเป็นผู้กล่อมเกลาให้พลเมืองของข้าฯให้เป็นคนดี
กฏหมายฤาจักศักดิ์สิทธิ์เท่าคำวอนของแม่ได้

จงกราบบังคมทูลมหาจักรพรรดิผู้ทรงพระปรีชาของท่านเช่นนี้เถิด



จำไว้นะเด็กๆที่รักทุกคน
คุณครูต้องปลูกฝังคุณธรรมให้หนู
เพราะหนูคือ
"ไม้เนื้องามของแผ่นดิน"
หนูคือผู้ใหญ่ที่จะนำพาประเทศในวันข้างหน้า
ผู้ใหญ่คนหนึ่ง
ผู้ใหญ่คนนี้
คงต้องฝากประเทศชาติไว้ในมือของพวกหนูนะลูก



ขอขอบพระคุณแผ่นดินไทย



คุณครูสมศรี


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: X>->*~l-!-J-d-e~*<-<X ที่ เมษายน 27, 2007, 12:57:06 pm
beyond description
ซึ้งอ่ะ
แถมยังได้ความรู้อีกอ่ะ


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: KIRA ที่ เมษายน 29, 2007, 07:35:58 am
 :o ดีจังเลยนะครับไปหาข้อมูลจากไหนหรอครับ หวังว่าพี่จะมีเรื่องดีๆมาบอกกันอีกนะครับ
 ขอบคุณณครับ สำหรับข้อมูลดีดี


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: nooair ที่ พฤษภาคม 11, 2007, 09:56:03 am
ดีจังเยย ไว้มีบทความอีกpost มาไห้อ่านอีกนะ


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: อุซางิจัง..CUD44 ที่ กรกฎาคม 24, 2007, 07:33:20 pm
ว้าวๆดีจัง

เรื่องที่คุณครูเล่าก็ชอบ

กินใจอย่างแรงเหอๆ


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: !!!MemORieS!!! ที่ พฤศจิกายน 15, 2007, 11:49:16 am
ซึ่ง........ T_T


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: ..Phoenix.. ที่ มกราคม 10, 2008, 03:05:37 pm
ชอบอ่ะอ่านแล้วซึ้งงงงงงง^.^


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: FriEnDs ที่ มีนาคม 08, 2008, 10:50:53 pm
 :'(ซึ้งอย่างแรง :'(


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: องครักษ์แห่งวังแสงสูรย์ ที่ กรกฎาคม 07, 2008, 07:43:46 pm
-*-

*0*


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: มาริโอ้(ว) ที่ มีนาคม 19, 2009, 02:35:02 am
ซึ้งเกินคำบรรยายครับ

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ นะครับ



หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: looknut ที่ มีนาคม 19, 2009, 01:03:56 pm
ครับ

รักแม่นะครับ


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: มาริโอ้(ว) ที่ มีนาคม 21, 2009, 01:00:29 am
wow w ww !


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: คุJชายU๐มบ์ ที่ มีนาคม 28, 2009, 09:52:20 pm
ขอบคุงมากๆค๊าฟ


ซึ้งทั้งของ จขกท.  ทั้งของครูสมศรี


ซึ้งมากมาย


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: Barbie Girlz ที่ พฤษภาคม 05, 2009, 11:21:35 am
ว้าว ว

อ่านเเล้วรู้สึกมีความรู้ขึ้นเยอะ  
:')    ขอบจัยน๊ะจ๊ะ


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: Nov@cosT ที่ พฤษภาคม 10, 2009, 10:04:11 am
ชอบอ่านบทความเเบบนี้จังเลย อ่านเเล้วตื้นตันใจอะครับ

   ชอบๆๆๆ


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: K0K ที่ พฤษภาคม 14, 2009, 11:37:51 am
รักแม่ๆ**


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: Dorapear ที่ พฤษภาคม 14, 2009, 11:47:49 am
Thank U ค่ะ


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: BEnMIREOUXTSU ที่ มิถุนายน 20, 2009, 01:23:25 pm
โอ้วว จริงด้วยย

คำว่าแม่ส่วนใหญ่จะเสียสละหมด

รักแม่จัง *-*


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: looknut ที่ มิถุนายน 20, 2009, 08:10:04 pm
ดีแล้วครับ

ยินดีด้วยครับ


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: LOlliPoP~IczInG ที่ สิงหาคม 12, 2009, 09:55:15 am
ดีจังเลย

อยากอ่านอีก

มาโพสอีกนะคะ


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: imsone ที่ มิถุนายน 27, 2010, 12:39:38 pm
ขออนุญาตก้อปไปเขียนบทความนะ


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: kung1234 ที่ มิถุนายน 29, 2010, 08:33:04 am
หนูรักแม่ค่ะ


หัวข้อ: Re: ความหมาย ของคำว่า "แม่" อีกบทความดีๆนำมาให้อ่าน
เริ่มหัวข้อโดย: แก้ม ที่ สิงหาคม 06, 2012, 06:39:28 pm
ดีมากๆเลยค่ะvery good ทำให้รู้ความรักของแม่ได้ลึกซึ้งมากเลย ถ้ามีอีกก็เอามาลงอีกนะคะ