Kru Somsri's English school

ห้องสนทนาของโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษคุณครูสมศรี => คุยกับคุณครูสมศรี => ข้อความที่เริ่มโดย: เพชร ที่ มกราคม 30, 2011, 11:30:04 pm



หัวข้อ: แม่กับพ่อไม่เคยไว้ใจหนู
เริ่มหัวข้อโดย: เพชร ที่ มกราคม 30, 2011, 11:30:04 pm
หนูเข้าใจนะคะว่าคุณแม่ทุกคนเป็นห่วงลูก โดยเฉพาะลูกสาว*
เรื่องก็มีอยู่ว่าหนูไปขี่จักรยานกับเพื่อนหนู(ช)และก็น้องๆผญ ในหมู่บ้านบางครั้งน้องๆผญก็จะกลับบ้านก่อน หนูก็เลยอยู่กับมัน2คน ถึงประมาณ6โมงกว่าๆ หนูไปขี่จักรยานบ่อย เพราะเครียดจากการเรียน แม่ก็เลยสงสัยเลยพูดว่า เดี๋ยวแม่กับพ่อไปด้วย ขับรถตาม และให้หนูขี่จักรยานกับมันไป หนูก็แบ่บ อะเฮือก!ถึงขนาดขับรถตาม มันเว่อร์ไปแล้วมั่ง ก็บอกกับแม่ไปว่าไปขี่จักรยานเฉยๆไม่มีอะไร ก็พูดคุยตามประสาเด็กธรรมดาเพราะหนูย้ายร.ร.แล้วด้วย ก็ไต่ถามทุกข์สุข เรื่องเพื่อนบ้างถึงขนาดโทรจิกเพื่อนหนูเลย คนนั้นอะคะ คือสรุปว่าแม่กับพ่อไม่ไว้ใจหนู พอหลังจากขี่จักรยานกันเสร็จก็อาบน้ำขึ้นห้อง(ทำการบ้าน)หนูเป็นคนทำการบ้านนานพอสมควร เพราะไม่แน่ใจว่าจะถูกหรือไม่ แล้วก็นอนดึกเลยตื่นสาย แม่ก็ชอบบ่น คุยโทรศัพท์กับผชใช่มั๊ย วันๆไม่ทำการบ้าน นั่งแชททั้งคืน ใส่ขาสั้น จะไปให้ใครเขาลูบ ซอยผมจะไปยั่วผชที่ไหนอีก แล้วออกไปขี่จักรยานทุกวันๆ อยากท้องใช่มั๊ย บลาๆๆๆๆ บ่นได้อีก หนูก็เสียใจอะคะ ทำไมไม่เคยเชื่อใจกันบ้างเลย แล้วทีคนอื่นลูกเป็นแบบนั้นพ่อแม่ยังรับได้ หนูก็พูดเชิงว่าหนูทำอะไรผิด แต่ไม่ได้เปรียบว่าหนูต้องเป็นแบบนั้นพ่อแม่ถึงจะรับได้ หนูก็แค่ไม่เข้าใจเท่านั้นเอง ตอนหนูม.1หนูติดแม่มากๆๆ นอนกับแม่ทุกคืน จนแม่เริ่มบ่น "โตเป็นควายละ ทำไมไม่หัดนอนคนเดียวซะบ้าง แล้วห้องนอนส่วนตัวชั้นจะสร้างไว้ให้เธอทำไมกัน " หนูก็แบ่บอะไร้ว้า ทำอะไรผิด ก็กลัวผี โดนด่าอีก "เดี๋ยวโตขึ้นก็ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง หัดพึ่งตัวเองบ้าง"หลังจากนั้นหนูก็เริ่มนอนคนเดียวแล้วก็เริ่มชินชอบล็อคประตูห้องนอนมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ชอบนอนคนเดียว จนม.3 แม่ก็เริ่มบ่น ทำไมชอบล็อคห้องนอน มีความลับแน่ๆเลย แล้วแม่ก็ชอบไปรื้อกระเป๋า ค้นทุกอย่างทุกซอกทุกมุม เข้าใจไหมคะว่าหนูชินกับการเป็นส่วนตัวเพราะถูกแม่ว่าตอนเด็กๆพอโตขึ้นมาแม่มาทำงี้หนูก็โมโหสิคะ ขึ้นคะเริ่มเถียงบ้าง แม่ก็ด่าอีก ไม่เข้าใจเลย อยากหนีไปอยู่บ้านเมตตาแล้วคะ รบกวนช่วยตอบหน่อยนะคะ ซีเรียสมากคะ ทนมาหลายปีแล้ว


หัวข้อ: Re: แม่กับพ่อไม่เคยไว้ใจหนู
เริ่มหัวข้อโดย: voyage ที่ มกราคม 30, 2011, 11:51:45 pm
พ่อแม่อาจจะคิดไม่เหมือนที่ตัวเราคิดก็ได้
เค้าเป็นห่วงไม่อย่างนั้นเค้าก็คงไม่มาเสียเวลายุ่งด้วยหรอก..


เวลาแม่ว่า ให้อดทนไว้........ หายใจเข้าลึกๆๆ
ยิ่งเถียงกลับ ก็ไม่จบสักที
กลายเป็นความทรงจำเลวร้าย ติดใจของเราไป
ลองพูดดีๆกับแม่ คำหวานๆ...

จงมีสติ
คิดว่าเราทำอะไรไปและเรากำลังทำอะไรอยู่

สู้ๆนะ  :) :)






หัวข้อ: Re: แม่กับพ่อไม่เคยไว้ใจหนู
เริ่มหัวข้อโดย: คุณครูสมศรีสุดสวยจร้า!! ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 01:25:50 pm

ขออนุญาตขยายตัวอักษรหนูนะคะ อ่านไม่ออก ตัวเล็กไป อิอิ

โถๆๆๆ

เข้าใจความรู้สึกหนู

เอาอย่างนี้ไหมคะ

แก้ทีละจุดนะ

1.ขี่จักรยาน

1.1 รีบขี่ รับกลับ

ไปขี่เพราะเครียด แต่จะเครียดหนักกว่าเพราะไปขี่นี่แหละ

1.2 หาเพื่อหญิงไปขี่เพิ่มอีกคนกันคนครหานะคะ

เวลาใครมาฟ้องคุณแม่เพื่อนญ.จะได้ช่วยหนูได้

ภาพพจน์ดูดีขึ้นด้วยนะคะ

2.ผม+การแต่งตัว

การแต่งขาสั้น มันทำให้กระตุ้นความรู้สึกของผู้ชายที่อยู่ในนภาวะอารมณ์ใคร่ให้คิดในสิ่งไม่ดี

ไม่ใส่สั้น ใส่รัดรูปก็จะดีนะคะเพราะ ของดีๆก็เก็บไว้ให้คนที่เรารักที่สุดดู

แฟชั่นส่วนใหญ่ ผู้ชายออกแบบ

เขาก็ต้องออกให้เขาได้เห็นได้มอง

สุดภาพรัดกุมไว้นะคะ

คุรแม่จะได้ไม่ต่อว่าเราอีก

ยอมเชยดีกว่าถูกบ่นเนอะ น่าเบื่อกว่า

3.การอ่านหนังสือ

อ่านให้คุณแม่เห็นชัดๆไปเลย ท่านจะได้สบายใจ

ล็อคห้องมันกทำให้เเม่สงสัยว่าจะล็อค เพื่อออออ

เพราะมันบ้านของเรา

อ่านเยอะๆอ่านจนแม่เห็นหนูจชินตานะคะ


เชื่อคุณครูนะคะ

อันนี้น่ะแก้ได้เลยนะ แก้ตรงจุดเลยลูก

ทำตามคุณครูนะคะ

รักนะ

คุณครูสุดสวยค่ะ


หัวข้อ: Re: แม่กับพ่อไม่เคยไว้ใจหนู
เริ่มหัวข้อโดย: HANAMI ที่ พฤศจิกายน 25, 2017, 12:45:32 pm
เราเข้าใจเลย เพราะนี่แม่เราก็เป็น ทั้งชีวิตไม่ออกไปเที่ยวกลางคืนเลย กลางวันก็เช่นกัน ถ้าไม่โกหกว่ามีเรียนก็ไม่ได้ไปไหน????   จนมีวันนึงแม่เราบอกว่าถ้าเรียนจบมหาลัยแล้วชีวิตเป็นของเรา  เรารีบเรียนเลย แบบตั้งใจมากหลักสูตร4ปี เราแค่เรียน3ปีจบแบบรับปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับหนึ่งของคณะ เพื่ออยากได้ชีวิตอิสระ แต่พอจบมาจริงๆนั้น แม่กลับบอกเราว่า ถ้าเธอทำงานได้หาเงินเลี้ยงตัวเองได้ชีวิตก็เป็นของเธอ  เรารีบไปสมัครงานหางานที่เข้ากับสายที่เราเรียน (ตอนเราจบมอหกเราอยากเรียนวิศวะ เราสอบติดวิศวะธรรมศาสตร์กับเกษตรบางเขน แต่ไม่ได้เรียนเพราะต้องอยู่หอ แม่เราไม่ยอมอยากให้อยู่ไกลๆบ้าน จึงให้เราเรียนมอใกล้ๆบ้านและเลือกคณะให้เราเอง) เราไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกเรียนในสิ่งที่เราอยากเรียน  (แม่ได้แต่บอกว่า ถ้าอยากเรียนวิศวะก็หาตังเรียนเอง เอาจริงๆ เอาจริงๆในตอนนั้นเราทำไม่ได้หรอก ต่อให้เราทำได้เราก็ไม่มีสิทธิ์ทำอยู่ดี  เพราะเวลาเราขัดใจเค้า เค้าจะป่วยแล้วเข้าโรงบาลตลอดเลย (แม่เราเป็นมะเร็งเมื่อก่อนแต่ตอนนี้หายแล้ว) เพราะคำ คำเดียวที่ทำให้เราไม่สามารถมี ชีวิตอิสระ เหมือนคนอื่นเค้าได้เลย นั้นคือคำว่า”แม่. “